Designing for Both

Designing for Both:
บริษัทจากสิงคโปร์ และยังได้อยู่กับลูกทุกวัน

ตอนนี้ออมนั่งทำงานอยู่ที่สิงคโปร์ค่ะ ส่วนบริษัทยังอยู่เชียงใหม่ หลายๆ คนชอบถามด้วยความสงสัยว่าอยู่คนละประเทศแบบนี้ยังทำงานอยู่หรือเปล่า คำตอบคือออมยังทำงานอยู่ทุกวันค่ะ

แม้ตัวกับงานจะอยู่คนละประเทศ แต่ทุกโปรเจกต์ก็ยังขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างราบรื่น ซึ่งจุดนี้ออมต้องขอบคุณพาร์ทเนอร์และทีมงานของออมทุกๆ คนจริงๆ ค่ะ ตลอดหลายปีที่ผ่านมาตั้งแต่เริ่มเปิดธุรกิจที่เชียงใหม่ ชีวิตออมต้องบินไปๆ มาๆ ตลอด ครอบครัวไม่ได้อยู่กันพร้อมหน้า และยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเราจะลงหลักปักฐานที่ไหนดี

แต่วันนี้ เราสามารถแก้ปัญหานี้ได้แล้ว ออมได้ทำงานในบริษัทที่เรารัก และในวันเดียวกันนั้นเอง ออมก็ได้มีเวลาอยู่กับลูกอย่างแท้จริง—ไม่ใช่แค่ตอนเย็นที่เหนื่อยจนหมดแรงแล้ว แต่อยู่ด้วยกันจริงๆ ทั้งวัน

ถ้าเล่าแค่นี้มันอาจจะฟังดูสวยงามเกินไป เพราะกว่าจะมาถึงจุดนี้ ออมผ่านช่วงเวลาที่รู้สึกล้มเหลว และรู้สึกผิดในทุกๆ ทางมาก่อน

01. The Guilt That Goes Both Ways

"Guilt is the thief of presence. When we try to be everywhere, we end up nowhere."

มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ออมรู้สึกผิดตลอดเวลาค่ะ เวลานั่งทำงาน ก็คิดถึงลูก รู้สึกว่าเราไม่ได้มีเวลาให้เขาเต็มที่ รู้สึกเหมือนกำลังพลาดอะไรบางอย่างที่ไม่มีวันได้คืน พอวันไหนที่ได้หันมาเล่นกับลูก ก็มีเสียงในหัวคอยเตือนว่างานยังค้าง เมลยังไม่ตอบ ลูกค้ารออยู่ สุดท้ายเลยไม่ได้อยู่กับอะไรเต็มร้อยสักอย่าง ทำงานก็ไม่สุด อยู่กับลูกก็ไม่สุด

คนเป็นแม่ที่ทำงานหรือทำธุรกิจไปด้วยหลายคนน่าจะเข้าใจความรู้สึกนี้ดี มันคือความรู้สึกผิดสองทางที่ค่อยๆ กัดกินเราอย่างเงียบๆ ในทุกวัน และนานวันเข้ามันก็เริ่มกัดกินทั้งพลังงานในการทำงานและความสัมพันธ์ไปพร้อมกัน

02. คำถามที่ออมถามผิดมาตลอด

"If you change the way you look at things, the things you look at change." — Wayne Dyer

เมื่อก่อนออมคิดแค่ว่า ต้องรีบทำธุรกิจให้สำเร็จเร็วๆ จะได้มีเวลาให้ลูก แต่เมื่อเวลาผ่านไป ออมพบว่ามันไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลยค่ะ งานหลายอย่างยิ่งทำก็ยิ่งยุ่ง ธุรกิจยิ่งโตก็ยิ่งกินเวลาเรามากขึ้น ตอนนั้นออมอ่านทุกอย่างที่เกี่ยวกับ Time Management ลองทุกเทคนิคที่กูรูบอก จัดตาราง แบ่งบล็อกเวลา ตื่นให้เช้าขึ้น นอนให้ดึกขึ้น แต่สุดท้ายผลลัพธ์ก็ยังเหนื่อยเหมือนเดิม

จุดเปลี่ยนไม่ได้มาจากเทคนิคใหม่ แต่มันมาจากวันที่ออมเปลี่ยนคำถามในหัว

จากเดิมที่เอาแต่ถามว่า "จะทำยังไงให้สำเร็จเร็วขึ้น" หรือ "จะแบ่งเวลายังไงให้พอ" ซึ่งเป็นคำถามที่ยังไงก็ตอบไม่ได้ เพราะงานมันไม่เคยหยุด และเวลามันไม่เคยพออยู่แล้ว ออมเลยเปลี่ยนมาตั้งคำถามใหม่ว่า...

"จะออกแบบโครงสร้างชีวิตยังไง ให้มันมีที่ว่างสำหรับทั้งสองอย่าง?"

พอคำถามเปลี่ยน ทุกอย่างก็เริ่มขยับตาม ในฐานะสถาปนิก ออมคุ้นเคยกับการออกแบบโครงสร้าง (Masterplan) และการจัดสรรพื้นที่อยู่แล้ว แต่กว่าจะนำแนวคิดเรื่อง "การออกแบบ" มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างพื้นที่ให้กับชีวิตตัวเองจริงๆ ก็ต้องลองผิดลองถูกอยู่พอสมควรเลยค่ะ

03. สามอย่างที่ออมค่อยๆ จัดวางใหม่

"Design is not just what it looks like and feels like. Design is how it works." — Steve Jobs

ออมไม่ได้มีสูตรสำเร็จ และไม่อยากบอกว่าทุกคนต้องทำตามนะคะ นี่เป็นเพียงสามองค์ประกอบหลักที่ออมนำมาจัดวางใหม่ แล้วมันบังเอิญได้ผลกับชีวิต เผื่อว่ามันจะพอจุดประกายระบบอะไรบางอย่างให้ใครได้บ้าง

  • หนึ่ง — วางเสาครอบครัวลงก่อน ออมเคยปฏิบัติกับเวลาของลูกเหมือนมันเป็น "เศษเวลา" ที่เหลือจากการทำงาน คืองานเสร็จเมื่อไหร่ค่อยมีเวลาให้ ซึ่งแปลว่าแทบไม่เคยมีเลย เพราะงานธุรกิจไม่มีวันเสร็จจริงๆ ตอนนี้ออมกลับด้านใหม่ ออมลงเวลาของลูกให้เป็น เสาหลัก ของตารางลงไปก่อน แล้วค่อยออกแบบงานทั้งหมดให้อยู่รอบๆ เสาต้นนั้น ฟังดูเป็นเรื่องเล็ก แต่ผลลัพธ์ที่ได้ต่างกันมหาศาลค่ะ

  • สอง — ขีดเส้นระหว่างโหมดงานกับโหมดแม่ การทำงานที่บ้านมักจะหลอกเราอยู่นิดหน่อย เพราะร่างกายอยู่บ้านก็จริง แต่ใจอาจจะติดอยู่ในกล่องเมลทั้งวัน ลูกเลยได้แม่ที่นั่งอยู่ตรงนั้นแต่ไม่ได้อยู่ตรงนั้นจริงๆ ออมเลยเริ่มขีดเส้นให้ชัดเจน ช่วงนี้คืองานก็ทำให้เต็มที่ ช่วงนี้คือลูกก็ปิดจอ ปิดเสียงเตือน และอยู่กับเขาแบบไม่มีงานแทรก เวลาที่ชัดเจนเพียงสองชั่วโมง ชนะเวลาเบลอๆ ที่ทำตัวครึ่งๆ กลางๆ ทั้งวันได้สบายค่ะ

  • สาม — เลิกแบกทุกอย่างไว้คนเดียว ข้อนี้ยากที่สุดสำหรับออมเลยค่ะ เพราะนิสัยเดิมคือต้องคุมเองทุกอย่างถึงจะสบายใจ แต่การแบกทุกอย่างไว้คนเดียวไม่ได้ทำให้เรากลายเป็นเสาที่แข็งแรง มันทำให้เราเป็นเสาที่กำลังจะหักต่างหาก ออมเลยเริ่มถอยตัวเองออกมาเป็นคนดูแลภาพรวม (Strategic Role) แล้ววางระบบเพื่อกระจายความรับผิดชอบ สนับสนุนให้ทีมงานก้าวขึ้นมานำโปรเจกต์ เพื่อให้บริษัทสามารถเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่ต้องมีออมไปคอยคุมอยู่ในทุกจุดตลอดเวลา ซึ่งไม่น่าเชื่อเลยค่ะว่าหลังจากปรับข้อนี้ หลายๆ อย่างดีขึ้นมาก ทีมงานเก่งขึ้น และตัวออมเองก็ได้พัฒนาความคิดในมุมมองใหม่ๆ มากขึ้นด้วย

Where I Am Now

"คุณไม่สามารถเข้าใจโครงสร้าง จนกว่าคุณจะได้ลงมือออกแบบมันด้วยตัวเอง"

ทุกวันนี้ออมยังบริหารทุกโปรเจกต์ได้จากระยะไกล บริษัทที่เชียงใหม่เติบโตและเดินหน้าของมันได้ และออมก็ได้เป็นแม่ที่อยู่กับลูกในทุกๆ วัน

สิ่งที่อยากบอกจริงๆ คือ ออมไม่ได้ยอมแลกความก้าวหน้าในงานเพื่อจะได้อยู่กับลูก และก็ไม่ได้ทิ้งลูกไว้ข้างหลังเพื่อไล่ตามงาน เวลายังมีอยู่ 24 ชั่วโมงเท่าเดิม สิ่งที่เปลี่ยนไปคือโครงสร้างที่คอยรองรับมันอยู่ค่ะ

วันนี้ออมไม่มีวิธีจัดตารางสวยๆ มาฝาก มีแค่คำถามเดียวที่เคยเปลี่ยนอะไรหลายๆ อย่างในชีวิตออม—แทนที่จะถามว่าจะแบ่งเวลายังไงให้พอ ลองเปลี่ยนมาถามว่า จะออกแบบมันขึ้นมาใหม่ยังไงดี

(ส่วนวันนี้ ออมออกแบบให้เขียนบทความนี้ตอนเสร็จงาน และเสร็จก่อนจะไปรับลูกพอดี... ก็ถือว่าโครงสร้างที่วางยังพอใช้ได้อยู่นะคะ 55)

ถ้าใครสนใจเรื่องเกี่ยวกับการออกแบบ การบริหารจัดการธุรกิจ และการจัดสรรชีวิต ฝากติดตามด้วยนะคะ ออมจะเขียนแชร์ให้เรื่อยๆ ค่ะ

— TAMNANKA

Next
Next

FROM “ME” TO “WE”